ตลาดเจ็ดเสมียน หรือ ตลาดเก่า 119 ปี เจ็ดเสมียน

อยู่ในตำบลเจ็ดเสมียนตำบลเล็กๆของจังหวัดราชบุรี ยังคงรักษาถึงความเป็นอัตลักษณ์ที่เรียบง่าย น่ารักๆ ของวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ที่สวยงามได้อย่างน่าชื่นชม ชาวบ้านมีวิถีและความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย สบายๆ ไม่ต้องแย่งแข่งขันกันวุ่นวายเหมือนในสังคมเมืองที่อ้างว่าพัฒนาและเจริญแล้ว แต่กลับมีความเป็นอยู่และจิตใจของผู้คนล้าหลังลงเรื่อยๆ

ตลาดเก่า 119 ปี เจ็ดเสมียน อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 100 กิโลเมตรเท่านั้น ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเดินทางไปถึง แต่เป็น 2 ชั่วโมงที่หลังจากนั้นเราจะเห็นหรือมีมุมมองในอีกลักษณะหนึ่ง ที่ย้อนอดีตพาเรากลับไปสู่ความทรงจำเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ไปดูร้านค้าตลาดห้องแถวบ้านไม้ 2 ชั้น อายุกว่า 100 ปี ตลาดติดกับแม่น้ำแม่กลอง จุดเด่นของที่ตำบลเจ็ดเสมียนคือ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็จะตั้งชื่อ เจ็ดเสมียนทั้งนั้น โดยมีตลาดเจ็ดเสมียนเป็นศูนย์กลางค้าขายของคนในท้องถิ่น โดยทุกวัน ศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ จะมีตลาดนัดที่จัดขึ้นเป็นประจำ จะมีทั้งของกิน ของใช้ และเสื้อผ้าให้เลือกซื้อมากมาย

โดยเฉพาะวันตลาดช่วงสิ้นเดือนจะคึกคักมากเป็นพิเศษ มีงาน All about Arts สืบสานงานศิลป์ภูมิปัญญาของแผ่นดิน ที่เทศบาลตำบลเจ็ดเสมียนจัดร่วมกันกับสวนศิลป์ บ้านดิน ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ งานเริ่มตั้งแต่ 16.00-20.00 น. ภายในงานจัดคล้ายงานวัด นอกจากมีของกิน ของใช้ ขายแล้ว ยังมีสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดราชบุรีประเภทงานหัตถกรรมด้วย มีการแสดงแบบพื้นบ้านของชาวบ้านซึ่งหาดูได้ยาก แล้วยังมีการแสดงจากภัทราวดีเธียเตอร์ และศิลปินอื่นๆสลับกันไป ซึ่งทุกคนรู้กันว่าหัวเรือหลักของงานนี้คือ ครูนาย ครูของคุณภัทราวดี มีชูธน ซึ่งได้มาสร้างสวนศิลป์ บ้านดิน ขึ้นเพื่อนำความรู้มาพัฒนาและสร้างพื้นที่ทางศิลปะให้กับทางชุมชน

ชื่อที่มาของเจ็ดเสมียนนั้น มีการสันนิฐานกันไว้หลากหลายเรื่องเล่า เป็นต้นว่าข้อมูลจาก วารสาร เมืองโบราณ ที่เคยนำเสนอว่า เมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เสด็จมาประทับยังชาน เมืองราชบุรี บริเวณริม น้ำแม่กลอง เพื่อเกณฑ์กำลังพลชายเข้าเป็นทหาร ซึ่งมีคนสมัครเป็นจำนวนมาก ทำให้เสมียนที่ตามมากับขบวนเสด็จฯ จดรายชื่อไม่ทัน เลยได้ประกาศหาผู้รู้หนังสือมาช่วยเป็นเสมียนทำบัญชีรายชื่อ และในครั้งนั้นมีชาวบ้านสมัครเข้ามาถึงเจ็ดคน กระทั่งงานได้เสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว จนเป็นที่พอพระราชหฤทัยจึงพระราชทานนามให้ว่า เจ็ดเสมียน บ้างก็เล่าว่า เนื่องจากแถวนี้มีจระเข้มากถึงขนาดต้องเกณฑ์เสมียนเจ็ดคนมานับก็ยังไม่ถ้วน หรืออีกเรื่องเล่าหนึ่งว่าไว้คือ เดิมทีที่นี่มีเสมียนซึ่งคอยให้บริการประชาชนอยู่เจ็ดคน เลยเรียกตามๆ กันมาในสิ่งที่เป็นว่า บ้านเสมียนเจ็ดคน ต่อมาก็กลายเป็น บ้านเจ็ดเสมียน ไป และนี่ก็เป็นบางส่วนของชื่อที่มีการสันนิฐานกันไว้

จากที่เราได้ไปสัมผัสมา บอกได้เลยว่าชุมชนแห่งนี้มากด้วยความเรียบง่ายมาก หากแต่ในทุกวันพุธ ศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ ช่วงบ่ายแก่ๆ เรื่อยไปจนถึงเย็นย่ำ ลานตรงกลางระหว่างห้องแถวไม้ริมน้ำแม่กลองจะแปลงสภาพเป็นตลาดนัดย่อมๆ เรื่อยไปจนถึงบริเวณหน้า วัดเจ็ดเสมียน เมื่อลงเดินสำรวจอยู่หลายรอบ สินค้าที่เห็นก็คล้ายกับตลาดสดตามต่างจังหวัดทั่วไป มีตั้งแต่ข้าว­ของเครื่องใช้ วัตถุดิบปรุงอาหารสด ทั้งผัก ปลา ผลไม้ หรือแม้แต่เมนูอาหารคาวหวานทำสำเร็จ รวมไปถึงเมนูที่เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกนั่นก็คือ ยำกบ ซึ่งเป็นการนำกบไปย่าง แล้วเอามายำในรสชาติจัดจ้าน ส่วนจะถูกใจได้มากน้อยอย่างไรคงต้องหาโอกาสไปลองลิ้มกันดู อีกทั้งสิ่งที่เป็นของขึ้นชื่อและต่างก็รู้จักในวงกว้างนั้นแน่นอนว่าต้องเกี่ยวเนื่องกับอาหารการกิน ไม่ว่าจะเป็น ไชโป๊ว หลากรูปแบบ หรือแม้แต่ เค้กมะพร้าวอ่อน และ มะขามเทศมัน ซึ่งถ้าถามว่าดังขนาดไหนนั้น ก็ถึงขนาดที่ว่าคำขวัญของตำบลแห่งนี้มีชื่อของทั้ง 3 อย่างอยู่รวมกันก็คือ “ถิ่นไชโป๊วหวาน โจษขานเค้กมะพร้าวอ่อน สุดยอดมะขามเทศมัน สีสันงานประเพณีแห่ดอกไม้ ” นี่จึงเป็นเครื่องหมายการันตีถึงของดีอีกอย่างหนึ่งของเจ็ดเสมียน